หน้าแรก |  รวมรถบ้าน |  รวมรถเต๊นท์ |  รวมประกาศซื้อรถ |  อะไหล่ ของแต่ง รถยนต์ |  สินค้าอื่นๆ |  ราคารถใหม่ |  รวมรถมือสองทั้งหมด
  ลงประกาศขาย อะไหล่ ของแต่ง รถ ฟรี  |  ลงประกาศขาย สินค้าอื่นๆ ฟรี  |  ลงประกาศขายรถ ฟรี |  ลงประกาศซื้อรถ ฟรี |  ช่วยเหลือ
 สมาชิก login
ชื่อ:
รหัส:
สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

 ค้นหารถมือสอง โดยใช้รหัส
 รถ หรือเลขทะเบียนรถ
< วิธีดูรหัส

 บทความน่ารู้
29 เรื่องเข้าใจผิดของคนใช้รถ(17692)
10 อันดับรถสวยแห่งปี 2009 (17550)
เทคโนโลยีการขับขี่ในยุคหน้า(11011)
เรื่องควรรู้ก่อนการต่อประกันรถ(17885)
การขับรถเกียร์ออโต้(47380)
การเคลมประกันรถยนต์(14128)
เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์(6391)
ปัญหายอดฮิตของระบบเบรก(8086)
มารยาทในการขับรถยนต์(5179)
เล่นกับพวงมาลัย(9450)
สารพันดูแลยางรถยนต์(5113)
อะไหล่รถยนต์:แท้ เทียบ เทียม ปลอม เลือกกันอย่างไรดี(9653)
ไฟซีนอน(6652)
ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง(6609)
กระจกชอบน้ำ"เทคโนโยลีใหม่ที่ควรรู้จัก(5380)
อัตราค่าปรับ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 (รู้ไว้เผื่อโดนฟันเกินราคา)(12610)
วิธีดูแลระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์(7557)
ล้อแม็ก .... ไม่ใช่แค่ความสวย(10786)
  ดูรายการทั้งหมด   

อะไหล่แท้ Toyota
ศูนย์รวมอุปกร์ตกแต่ง Toyota
ประกันภัย

 บริการอื่นๆที่น่าสนใจ
เคล็ดลับการขายรถใช้แล้ว
การเลือกซื้อรถมือสอง
สีรถกับโชคชะตา
ความแตกต่างระหว่างNGV
และLPG
ชำระเบี้ยประกันภัย
กฏหมายจราจร
ข้อมูลด้านการขนส่ง

ข้อเสนอแนะ
 
คลิกที่นี่

ยินดีต้อนรับพันธมิตรทุกท่าน
copy link ด้านล่างนี้ นำ ไปใส่เว็บ
ของท่าน ส่งlinkท่านให้เรา
คลิกที่นี่
 

 
 
    เคล็ดลับการขายรถใช้แล้วทางอินเตอร์เน็ต 
     
   การขายรถใช้แล้วผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้น ควรเน้นในสิ่งต่างๆที่จะทำให้ผู้ที่สนใจจะซื้อรถ ได้ ทราบถึงรายละเอียดของรถอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน เพราะหาก มีการพบสิ่งผิดปกติในภายหลัง อาจมีการยกเลิกข้อตกลงที่ได้ทำกันไว้ก็เป็นได้ ซึ่งในการขายรถใช้ แล้วผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้น ท่านควรมีรายละเอียดเหล่านี้ระบุลงไปในประกาศขายของท่านด้วย
 1. ภาพถ่ายของรถที่ต้องการขาย  
     เทคนิคเล็กๆน้อยในการถ่ายภาพรถของท่าน ประการแรก ท่านควรถ่ายภาพให้เห็นมุมต่างๆของรถอย่างชัดเจน โดยการ จัดรถ ให้ด้านที่เราจะถ่ายอยู่ในทิศที่มีแสงส่องถึง และปริมาณ แสงที่พอเหมาะ เช่น แสงในช่วงเช้า และแสงในช่วงเย็น ประมาณ 16.00 – 18.00 น. หรือท่านที่ไม่สะดวกถ่าย ภาพกลางแจ้ง ท่านสามารถถ่ายภาพในร่มได้ แต่ท่านต้องขยับ รถและหันด้านที่ท่านต้องการถ่ายไปหาแสง ไม่ใช่เดินถ่ายรอบ รถ โดยที่รถอยู่กับที่ เพราะจะมีบางมุมที่เป็นมุมอับแสง หรือไม่ โดนแสง ซึ่งมุมนั้นผู้ที่สนใจจะซื้อรถของท่าน จะไม่สามารถ มองเห็นรายละเอียดของรถได้ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่กำลังสนใจ จะซื้อรถของท่านเปลี่ยนความตั้งใจไปเลยก็ได้ เพราะผู้ซื้ออาจ คิดว่าท่านกำลังปิดบังรายละเอียดบางส่วนอยู่ ประการที่สอง คือ มุมต่างๆที่ท่านจะต้องถ่ายเพื่อนำมาลงในประกาศขาย เช่น ด้านหน้า,ด้านหลัง,ด้านข้างซ้าย,ด้านข้างขวา,ห้องโดยสาร, มาตรวัด(หน้าปัทม์),ห้องเครื่องยนต์,ห้องเก็บสัมภาระ และล้อ รถยนต์ อันนี้ก็แล้วแต่เว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ ว่าจะสามารถให้ ท่านลงภาพได้กี่ภาพ แต่จำไว้อย่างหนึ่งว่า ลูกค้าที่ซื้อของผ่าน ทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากต้องการความสะดวกสบาย ไม่ ต้องออกไปตะลอนหารถตามเต็นท์รถให้สิ้นเปลืองน้ำมัน หาก ภาพของท่านมีรายละเอียดที่ดีพอ และมากพอ ยิ่งจะช่วยให้ ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
     โดยหลักการแล้วภาพจากกล้องดิจิตอลจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนนั้นให้ดูที่จำนวนพิกเซล หากจำนวนพิกเซลมากก็จะสามารถนำไปอัดขยายได้ดี กว่าภาพที่มีจำนวนพิกเซลน้อยๆ เพราะจำนวนพิกเซลจะเป็นตัวกำหนดขนาดและความละเอียดของภาพ ซึ่งจำนวนพิกเซลที่เหมาะสมสำหรับงาน ประเภทต่างๆ นับวันจะมีมาตรฐานความละเอียดสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเรามาดูกันว่าจำนวนพิกเซลเท่าไหร่จึงจะเหมาะกับงานที่เราต้องการนำไปใช้
ภาพขนาด 300,000 – 1,000,000 พิกเซล เหมาะสำหรับใช้ส่งอีเมล์ หรือประกอบเว็ปไซด์
ภาพขนาด 2 - 3 ล้านพิกเซล เพียงพอต่อการใช้งานอัดขยายภาพขนาด 4 x 6 นิ้ว
ภาพขนาด 4 - 8 ล้านพิกเซล ใช้ในงานอัดขยายภาพขนาดมากกว่า 8 x 12 นิ้วขึ้นไป
ภาพขนาด 10 - 16 ล้านพิกเซล ใช้ในงานพิมพ์ภาพโฆษณาขนาดใหญ่
 2. การให้ข้อมูลของรถยนต์และข้อมูลของผู้ขาย  
     ข้อมูลของรถยนต์ เช่น เป็นรถยนต์นั่ง 4 ประตู, เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ, กี่แรงม้า, กี่แรงบิด (2 อย่างหลังนี้ถ้าท่าน สามารถบอกได้ก็จะดี แต่ถ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไรครับ) ที่สำคัญ อย่าลืมบอกยี่ห้อ, สี, โมเดลและปีของรถ เช่น Corolla AE101R-AEPNK ปี95 เป็นต้น ลักษณะของเกียร์ก็สำคัญ ครับ เกียร์อัตโนมัติหรือเกียร์ธรรมดาเช่นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด บอกลักษณะของการขับเคลื่อนว่า เป็นขับเคลื่อน 2 ล้อหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ เช่น ขับเคลื่อน 2ล้อ หน้า(ในรถเก๋ง),ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง(ในรถกระบะหรือในรถเก๋ง บางรุ่น),ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ PART TIME (บางเวลา) หรือขับ เคลื่อนแบบ 4 ล้อ FULL TIME (ตลอดเวลา) ระยะทางที่ใช้มา ทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน(เลขไมล์หรือเลขกิโลเมตร) หากรถของ ท่านยังมีประกันภัยอยู่ควรแจ้งให้ทราบด้วย บอกวันที่ออกรถ มาด้วยนะครับหากรถของท่านซื้อมาจากห้าง ซึ่งข้อมูลของรถ ยนต์นั้นท่านสามารถดูได้จากทะเบียนรถยนต์ หรือดูได้จาก NAME PLATE ของรถยนต์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่ภาย ในห้องเครื่องยนต์ หรือตามที่คู่มือการใช้รถระบุไว้ว่าติดตั้งอยู่ ที่ใด
     ข้อมูลของผู้ขาย เช่น ชื่อผู้ขาย,เบอร์โทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็น เบอร์บ้าน,เบอร์ที่ทำงาน,เบอร์มือถือ หรืออีเมล์ ข้อมูลเหล่านี้ ลงไว้เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะซื้อรถของท่าน สามารถที่จะติดต่อซื้อ
ขายหรือติดต่อขอดูรถของท่านได้อย่างสะดวกและไม่พลาดโอกาสทองในการติดต่อซื้อขาย
 3. การให้ข้อมูลทางด้านบวกหรือด้านลบ  
     การให้ข้อมูลทางด้านบวก เช่น รถของท่านได้มีการติดตั้งวิทยุยี่ห้อดังมา ระบุลงไปเลยครับว่ายี่ห้ออะไร มีการเปลี่ยนขนาดของแม็กซ์หรือยาง
ใหม่ มีการติดตั้งแร็กเก็บของบนหลังคาเพิ่มเติม พึ่งจะติดฟิล์มกันแสงอย่างดีมีใบรับประกัน มีคู่มือการใช้รถ มีการพ่นกันสนิมและเคลือบสีรถตามคู่
มือ มีการนำรถเข้าศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอ ตามระยะทางที่คู่มือกำหนด เป็นต้น ซึ่งการบอกข้อมูลในด้านบวกของรถนั้น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับ
รถของท่าน การให้ข้อมูลทางด้านลบ เช่น รถของท่านโดนชนมาตรงไหนบ้าง มีการทำสีหรือเปล่า ฟิล์มลอกหรือไม่ เคยมีการโหลดเตี้ย หรือยกสูง
มาหรือเปล่า ซึ่งการบอกข้อมูลในด้านลบนี้ จะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของผู้ขาย เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลังหากมีการซื้อ-ขายรถ
กันเกิดขึ้น
 4. ภาพรวมหรือข้อจำกัดความที่น่าสนใจ
     การให้ข้อจำกัดความที่น่าสนใจของรถ เช่น “รถใช้น้อย เข้าศูนย์บริการเช็คทุกระยะทางที่กำหนด” หรือถ้าเป็นรถที่ ผู้หญิงใช้ก็อาจจะบอกได้ว่า “รถผู้หญิงใช้ ดูแลรักษาอย่างดี” อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งการให้คำจำกัดความเหล่านี้ ก็เพื่อเป็นการ ดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ ให้มาสนใจรถที่ท่านต้องการจะขาย ในเบื้องต้นก่อน ประกอบกับภาพถ่ายที่ถ่ายได้อย่างดี ก็จะยิ่ง เพิ่มความสนใจให้กับผู้ที่กำลังต้องการจะซื้อรถของท่าน มากยิ่งขึ้น
 5. การตั้งราคาในการขาย
     อันนี้สำคัญครับ การตั้งราคาในการขาย ท่านควรดูจาก ราคากลางของตลาดเป็นหลัก หรือจะดูราคากลางจากเว็บไซต์ ต่างๆเกี่ยวกับราคาของรถมือสองก็ได้   ซึ่งการตั้งราคานั้นนอก
จากราคากลางแล้วท่านต้องดูสภาพของรถที่จะขาย ตั้งราคา
ตามสภาพความเป็นจริงของตัวรถด้วย เพราะถ้าท่านตั้งราคาไว้
สูงเกินสภาพความเป็นจริงก็อาจจะทำให้ผู้ที่กำลังสนใจรถของ
ท่านหมดความสนใจและมองผ่านไปเลยก็ได้ ถึงแม้ว่ารถของ
ท่านอาจจะมีข้อดีอยู่หลายอย่างก็ตาม แต่ถ้าสภาพรถของท่าน
ดีและราคาเหมาะ สม ถึงแม้ว่าราคาจะสูงกว่าราคากลางอยู่บ้าง ท่านก็สามารถตั้งราคาตามนั้นได้ โดยท่านอาจจะอ้างอิงราคา
ขายจากช่วงที่สูงสุดของรถรุ่นนั้น ซึ่งช่วงราคาของการขายจะ
มีทั้งช่วงราคา สูงสุด และราคาต่ำสุดระบุอยู่
 
     
 
 อ่าน[23326]        
 
     
   บทความเกี่ยวกับ รถยนต์ อื่นๆที่น่าสนใจ  
 
 
  หัวเรื่อง อ่าน
การจัดไฟแนนซ์ 7949
สารพันดูแลยางรถยนต์ 5113
การเลือกใช้ยางให้เหมาะสมกับรถ 4335
มารยาทในการขับรถยนต์ 5179
กระจกชอบน้ำ"เทคโนโยลีใหม่ที่ควรรู้จัก 5380
เรื่องของคลัตช์และการแก้ปัญหา 7557
สีของป้ายทะเบียนรถในประเทศไทย 5104
รถแต่ง รถซิ่ง ผิดเพราะแปลกตาหรือกระทำผิดจริง 6151
การเคลมประกันรถยนต์ 14128
เทคนิคเลือกฟิล์มกรองแสง 5827
 
ดูรายการทั้งหมด รถมือสอง รถบ้าน